วัสดุที่ใช้ทำปะเก็น มีอะไรบ้าง และเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน

วัสดุที่ใช้ทำปะเก็น 

วัสดุที่ใช้ทำปะเก็นมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่น อุณหภูมิ แรงดัน และชนิดของของเหลว โดยวัสดุหลักที่นิยมใช้ ได้แก่ ยาง โลหะ และเทปล่อน 

ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่น การทนต่อความร้อน หรือความสามารถในการต้านทานสารเคมี การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะช่วยลดการรั่วซึม และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ 

คลิกอ่านหัวข้อ วัสดุที่ใช้ทำปะเก็น hide

วัสดุผลิตปะเก็น มีกี่ประเภทหลัก?

วัสดุที่ใช้ทำปะเก็น โดยหลักแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุโลหะ วัสดุไม่ใช่โลหะ และวัสดุกึ่งโลหะ 

ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานทั่วไปที่ต้องการความยืดหยุ่น ไปจนถึงงานอุตสาหกรรมที่ต้องรองรับแรงดันและอุณหภูมิสูง 

คลิกอ่านเพิ่มเติม: ปะเก็นทําหน้าที่อะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหนมากที่สุด

วัสดุปะเก็นประเภทโลหะ (Metallic Gasket)

  • ปะเก็นสแตนเลส : ไม่เป็นสนิม ทนต่อการกัดกร่อน และมีความแข็งแรงสูง 
  • ปะเก็นโลหะ : แข็งแรง สามารถรองรับแรงกดและแรงดันได้ดี

วัสดุปะเก็นประเภทไม่ใช่โลหะ (Non-Metallic Gasket)

  • ปะเก็นยาง : มีความยืดหยุ่นสูง ใช้ซีลของเหลวและแก๊สได้
  • ปะเก็นกราไฟท์ : ยืดหยุ่น ทนความร้อนและสารเคมีได้ดี
  • ปะเก็นคาร์บอน : สามารถทนความร้อนและแรงดันสูงได้
  • ปะเก็นเทปล่อน : ผิวลื่น ทนสารเคมีและการกัดกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ปะเก็นเชือก : มีลักษณะเป็นเส้นถัก สามารถทนความร้อนและแรงเสียดทานได้ดี
  • ปะเก็นผ้า : ทนแรงดึงและความร้อน มีความยืดหยุ่น
  • ปะเก็นกระดาษ : น้ำหนักเบา ใช้ซีลน้ำมันในเครื่องยนต์
  • ปะเก็นไฟ : ทนความร้อนได้สูง เหมาะกับงานไอน้ำ น้ำมัน และสารเคมี
  • ปะเก็นไม้ก๊อก : มีความยืดหยุ่น ทนต่อน้ำมัน เหมาะกับหม้อแปลง
  • ปะเก็นซิลิโคน : ยืดหยุ่นสูง ทนความร้อนและสภาพแวดล้อม
  • ปะเก็นโฟม : น้ำหนักเบา สามารถกันอากาศและความชื้นได้
  • ปะเก็นพลาสติก : เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ทนความร้อนได้ไม่สูง
  • ปะเก็นสักหลาด : สามารถดูดซับน้ำมันได้ดี ทนความร้อนได้สูงประมาณ 300 องศา
  • ปะเก็นทนความร้อน : นิยมใช้ในงานที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น เตาเผา หรือหม้อไอน้ำ 

วัสดุปะเก็นกึ่งโลหะ (Semi-Metallic Gasket)

  • ปะเก็น Spiral Wound : เป็นโครงโลหะสลับกับวัสดุซีล สามารถทนแรงดันและอุณหภูมิสูงได้
  • ปะเก็นฝาหอย : ผลิตจากใยหินยางเสริมกราไฟท์ ทนความร้อนและแรงดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ปะเก็น Boiler : สามารถทนความร้อนและแรงดันสูงในระบบไอน้ำได้ดี
  • ปะเก็นหน้าแปลน : ใช้ซีลรอยต่อท่อ ช่วยเพิ่มความแน่นหนาของระบบ
  • ปะเก็นปั๊มลม : ใช้กับปั๊มลม มีความทนทานต่อแรงดันและความร้อน
  • ปะเก็นน้ำมัน : ช่วยป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันในเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปะเก็นเฟอร์รูล : สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ระบบท่อและอุปกรณ์เฉพาะทาง 

วัสดุโลหะที่ใช้ทำปะเก็น แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร?

ชนิดโลหะ คุณสมบัติเด่น งานที่เหมาะ
เหล็กอ่อน มีความเหนียวสูง ราคาถูก งานไฮโดรคาร์บอน ระบบน้ำมัน และก๊าซที่ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อน
สแตนเลส 304 (SS304) ทนความร้อนได้สูง และทนต่อการกัดกร่อนขั้นพื้นฐานได้ดี ระบบท่อไอน้ำทั่วไป หรืออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
สแตนเลส 316L (SS316L) ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีและคลอไรด์ได้ดี อุตสาหกรรมเคมี หรือานชายฝั่งทะเล
ทองแดง นิ่มและนำความร้อนได้ดี แนบสนิทง่าย ปะเก็นฝาสูบเครื่องยนต์ แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมัน
มอนเนล ทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำทะเลและกรดได้ดี โรงกลั่นน้ำมัน งานวิศวกรรมทางทะเล

ปะเก็นไม่ใช่โลหะทำจากอะไรได้บ้าง?

ปะเก็นไม่ใช่โลหะทำจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวเข้ากับพื้นผิวได้ดี จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซีลและลดการรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยวัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่ ยาง กราไฟท์ คาร์บอน เทปล่อน รวมถึงวัสดุอื่น ๆ เช่น ผ้า เชือก พลาสติก โฟม และไม้ก๊อกซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นแตกต่างกัน เช่น บางชนิดเน้นการทนสารเคมี บางชนิดทนความร้อนสูง หรือบางชนิดเหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง 

ดังนั้น การเลือกใช้งานจึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และประเภทของของไหลในระบบ เพื่อให้ปะเก็นสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

ปะเก็นยาง (Rubber Gasket) — ใช้งานแบบไหน?

ปะเก็นยางเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานทั่วไป เนื่องจากหาซื้อง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับรูปทรงให้แนบสนิทกับหน้าสัมผัสได้ดีแม้จะมีแรงขันไม่มากนัก

ข้อดี

  • ยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี สามารถซีลได้สนิทแม้มีแรงขันน้อยหรือพื้นผิวหน้าแปลนไม่เรียบ
  • ราคาถูก หาซื้อง่าย ช่วยลดต้นทุนได้ดี
  • มีหลายเกรดให้เลือกตามการใช้งาน เช่น ทนน้ำมัน หรือ ทนสภาพอากาศ

ข้อจำกัด

  • ทนความร้อนได้น้อย ส่วนใหญ่รับอุณหภูมิได้ไม่เกิน 120 องศา 
  • ยางบางเกรดอาจบวมหรือเปื่อยเมื่อสัมผัสกับสารทำละลายหรือเคมีเข้มข้น

การใช้งานที่เหมาะสม

  • ระบบน้ำและระบบสุขาภิบาล เช่น ท่อน้ำประปา ข้อต่อปั๊มน้ำ หรือซีลถังพักน้ำ
  • ระบบปรับอากาศและระบายอากาศในอาคาร
  • ใช้เป็นซีลกันน้ำมันในจุดที่อุณหภูมิไม่สูงจัด 
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้ป้องกันความชื้นและฝุ่นละอองในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ปะเก็น PTFE / เทฟลอน — เหมาะกับงานเคมีแค่ไหน?

PTFE (Polytetrafluoroethylene) หรือที่เรียกกันติดปากว่า เทปล่อน คือวัสดุที่โดดเด่นที่สุดในด้านความทนทานต่อสารเคมีและสภาวะการใช้งานที่รุนแรง

ข้อดี

  • ทนทานต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่างเข้มข้นได้เกือบทุกชนิด
  • มีแรงเสียดทานต่ำมาก ป้องกันไม่ให้ปะเก็นติดกับหน้าแปลนเมื่อต้องถอดซ่อมบำรุง
  • ความปลอดภัยสูง ไม่มีสารปนเปื้อน เหมาะกับงานสะอาด
  • สามารถใช้งานได้ตั้งแต่อุณหภูมิติดลบไปจนถึงประมาณ 260 องศา

ข้อจำกัด

  • หากได้รับแรงกดคงที่เป็นเวลานาน อาจเสียรูปหรือแบนออกด้านข้าง
  • คืนตัวได้ไม่ดีเท่ากับยาง จึงต้องใช้ความแม่นยำในการขันแน่นมากกว่า

การใช้งานที่เหมาะสม

  • อุตสาหกรรมเคมี เช่น ระบบท่อส่งสารกัดกร่อน สารละลาย และกรดเข้มข้น
  • อุตสาหกรรมอาหารและยา ไลน์ผลิตที่ต้องการความบริสุทธิ์และมาตรฐานสุขอนามัยสูง
  • ระบบท่อไอน้ำ งานที่ต้องทนกับความร้อนและความดันระดับปานกลาง

วัสดุทำปะเก็นแต่ละชนิด ทนความร้อนและความดันได้มากแค่ไหน?

วัสดุ อุณหภูมิ ความดันสูงสุด หมายเหตุ
ยาง 100-120 องศา 15-20 Bar เหมาะกับงานน้ำและน้ำมันที่มีแรงดันต่ำถึงปานกลาง
ซิลิโคน 230-250 องศา 10-15 Bar ทนความร้อนได้ดี แต่ความแข็งแรงเชิงกลต่ำ
เทปล่อน 260 องศา 20-40 Bar ทนต่อสารเคมีได้เกือบทุกชนิด แต่ต้องระวังวัสดุไหลตัว
ปะเก็นไฟ 350-450 องศา 80-100 Bar มาตรฐานงานอุตสาหกรรมไอน้ำและสารเคมี
กราไฟท์ 450-600 องศา 100-140 Bar ทนความร้อนได้สูงมาก คืนตัวได้ดีแม้อุณหภูมิแกว่ง
โลหะ 700-900 องศา ตามสเปกหน้าแปลน แข็งแรงที่สุด ทนต่อการกัดกร่อนสูง
Spiral Wound 800-1,000 องศา 250 Bar+ สำหรับงานหนัก แรงดันและอุณหภูมิสูงจัด

วิธีเลือกวัสดุผลิตปะเก็น ให้เหมาะกับงาน ควรดูอะไรบ้าง?

การเลือกวัสดุผลิตปะเก็นให้เหมาะสมกับลักษณะงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกผิดอาจทำให้เกิดการรั่วซึม ประสิทธิภาพเครื่องจักรลดลง หรือเกิดอุบัติเหตุได้ โดยมีวิธีการเลือกดังนี้

  1. เลือกขนาดของหน้าแปลน ความหนาของปะเก็นที่ต้องการ รวมถึงรูปร่างที่ต้องตัดให้พอดีกับหน้าสัมผัส เพื่อให้กระจายแรงกดได้สม่ำเสมอ
  2. ต้องทราบอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดของของไหลในระบบ รวมถึงอุณหภูมิภายนอก เพื่อเลือกวัสดุที่ไม่แข็งกรอบหรือละลายเมื่อเจอกับความร้อนจัด
  3. ต้องดูว่าใช้กับอุปกรณ์ประเภทใด เช่น วาล์ว ปั๊ม หรือรอยต่อท่อ และต้องพิจารณาเลือกหน้าแปลนเป็นแบบราบหรือแบบร่อง รวมถึงความแข็งแรงของน็อตที่ขัน
  4. ดูของเหลวหรือแก๊สที่ปะเก็นต้องสัมผัสว่าคืออะไร มีฤทธิ์กัดกร่อนเป็นกรด-ด่างแค่ไหน หรือเป็นน้ำมัน สารไวไฟ หรืออาหาร เพื่อเลือกวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารนั้น ๆ 
  5. ตรวจสอบแรงดันภายในระบบว่าสูงแค่ไหน วัสดุที่เลือกต้องมีความแข็งแรงเชิงกลเพียงพอที่จะไม่ถูกแรงดันดันจนฉีกขาดหรือหลุดออกจากตำแหน่ง
  6. ควรพิจารณาเรื่องงบประมาณและความถี่ในการบำรุงรักษา หากเป็นจุดที่ถอดเปลี่ยนยาก ควรเลือกวัสดุที่มีคุณภาพสูงเพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานให้นานที่สุด 

วัสดุผลิตปะเก็นที่นิยมในอุตสาหกรรมไทย มีอะไรบ้าง?

ในประเทศไทยมีการเลือกใช้วัสดุปะเก็นที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและลักษณะของอุตสาหกรรมหลักภายในประเทศ โดยมีวัสดุที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายดังนี้

  • ปะเก็นยาง นิยมที่สุดในงานประปา งานภายนอก และซีลน้ำมันในกลุ่มยานยนต์
  • ปะเก็นไฟ วัสดุมาตรฐานสำหรับระบบท่อไอน้ำและโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
  • ปะเก็นเทปล่อน เน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ยา และไลน์ผลิตสารเคมีกัดกร่อน
  • ปะเก็น Spiral Wound ใช้ในงานหนักที่แรงดันสูงมาก เช่น โรงกลั่นน้ำมันและโรงไฟฟ้า
  • ปะเก็นกราไฟท์ เลือกใช้ในจุดที่ต้องทนความร้อนสูงจัดและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
  • ปะเก็นกระดาษ ใช้ซีลน้ำมันและห้องเกียร์ในโรงซ่อมหรืออู่ประกอบเครื่องยนต์ทั่วไป 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทำปะเก็น

ปะเก็นยางเด่นเรื่องความยืดหยุ่น ซีลง่าย ราคาถูก เหมาะกับงานทั่วไป เช่น ระบบน้ำหรือแรงดันที่ไม่สูง ส่วนปะเก็นเทปล่อน เด่นด้านการทนสารเคมีและความสะอาดสูง เหมาะกับอุตสาหกรรมเคมี อาหารและยา ดังนั้นควรเลือกตามลักษณะงาน หากเป็นงานทั่วไปควรเลือกปะเก็นยาง แต่ถ้าเจอสารเคมีควรใช้ปะเก็นเทปล่อน

วัสดุที่ทนความร้อนสูงที่สุด คือ กลุ่มปะเก็นทนความร้อน รองลงมาคือปะเก็นโลหะและกราไฟท์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมหนักที่มีความร้อนสูง

ปะเก็นโลหะเหมาะกับงานที่มีอุณหภูมิและแรงดันสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ระบบไอน้ำ โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และระบบท่อแรงดันสูง เนื่องจากมีความแข็งแรงและทนทานกว่าวัสดุทั่วไป

วัสดุผลิตปะเก็นที่ใช้กับสารเคมี ควรเลือกวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี เช่น ปะเก็นเทปล่อน หรือกราไฟท์ เพราะไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีส่วนใหญ่ และช่วยลดความเสี่ยงกับการรั่วซึมในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปเรื่องวัสดุที่ใช้ทำปะเก็น

จะเห็นได้ว่า วัสดุที่ใช้ทำปะเก็นมีหลากหลายประเภท ทั้งโลหะ ไม่ใช่โลหะ และกึ่งโลหะ โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและจุดเด่นที่แตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน 

ดังนั้นการเลือกใช้งานจึงควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น อุณหภูมิ ความดัน ประเภทของของไหล รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้ปะเก็นสามารถซีลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการรั่วซึม และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และระบบโดยรวมได้อย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาวได้มากขึ้น