ทำความรู้จัก ปะเก็น คืออะไร ?
ปะเก็น (Gasket) คือ อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นส่วนประกอบของชิ้นส่วน เพื่อใช้ปิดกั้นหน้าสัมผัสระหว่างวัสดุทั้ง 2 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อ รอยรั่ว ใช้ปะเก็นในการปิดผนึกหรือกันกระแทก ปะเก็นสามารถช่วยป้องกันการรั่วไหลของวัตถุภายในที่ไหลออกภายนอกได้เป็นอย่างดี
ส่วนใหญ่มักจะใช้งานปะเก็นกับเครื่องยนต์ เครื่องจักร หรืองานที่มีอุณหูมิสูง มีแรงกดทับมาก
โดยปะเก็นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีความสำคัญสำหรับเครื่องยนต์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ปะเก็นแบ่งออกได้หลายประเภท แต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การนำปะเก็นไปใช้งานแต่ละครั้งจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ว่าแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานลักษณะไหน
ชนิดของปะเก็น มีทั้งหมดกี่แบบ ?
ปะเก็นแบ่งออกเป็นหลายแบบมาก ๆ ทาง Best Tec ได้สรุปข้อมูลปะเก็นแต่ละแบบมาให้ ดังนี้ รวม 23 แบบด้วยกัน !
- ปะเก็นทนความร้อน : ฉนวนที่ใช้ในพื้นที่อุณหภูมิสูง 1,260-1,600 องศาเซลเซียส นิยมใช้ในเตาเผา เตาหลอม หรือหม้อไอน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการรั่วซึมในที่ที่มีความร้อนจัด
- ปะเก็นสแตนเลส : มีคุณสมบัติเด่นเรื่องไม่เป็นสนิม ทนต่อการกัดกร่อน และมีความแข็งแรงสูง เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน สามารถทนความร้อนได้ดีในระดับหนึ่ง
- ปะเก็นกราไฟท์ : มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อสารเคมีหลายชนิด มักเสริมไส้ด้วยแผ่นสแตนเลสเอาไว้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการซีลสำหรับเครื่องจักร วาล์ว หรือเตาเผา
- ปะเก็นหน้าแปลน : เป็นปะเก็นรูปทรงแบนกลม มีรูตามตำแหน่งหน้าแปลน ใช้ซีลรอยต่อระหว่างท่อหรืออุปกรณ์ เพื่อป้องกันการรั่วซึมและเพิ่มความแน่นของการประกอบ
- ปะเก็นยาง : ปะเก็นที่ทำมาจากยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ มีความยืดหยุ่นสูง ใช้ซีลกันรั่วซึมของของเหลวและแก๊ส สามารถทนความร้อนและสารเคมีได้ในระดับหนึ่ง
- ปะเก็นเชือก : ปะเก็นที่มีลักษณะเป็นเส้นถัก ใช้ซีลเพลาปั๊มหรือวาล์ว สามารถทนความร้อนและแรงเสียดทานได้ดี เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทานสูง
- ปะเก็นผ้า : ปะเก็นที่ผลิตจากเส้นใยผ้า ทนแรงดึงและความร้อนได้ดี เหมาะกับงานซีลที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนทานในระดับหนึ่ง
- ปะเก็นกระดาษ : เป็นปะเก็นชนิดแผ่น น้ำหนักเบา ใช้ซีลน้ำมันหรือของเหลวในเครื่องยนต์และเครื่องจักรทั่วไป
- ปะเก็นไฟ : ปะเก็นไฟสามารถทนความร้อนได้สูงมาก เพราะมักทำจากใยหิน เหมาะกับงานไอน้ำ น้ำมัน และสารเคมี ช่วยทำให้ซีลได้ดีในภาวะอุณหภูมิสูง
- ปะเก็นเทปล่อน : มีผิวลื่น ทนสารเคมีและการกัดกร่อนได้ดี ทนความร้อนได้ประมาณ 260 องศา เหมาะกับงานซีลของเหลว ไอน้ำ และแก๊สที่ต้องการความสะอาดสูง
- ปะเก็น Spiral Wound : เป็นปะเก็นแบบขดลวดสลับชั้นกับวัสดุซีล ให้ความแข็งแรงสูง ทนแรงดันและอุณหภูมิได้ดี
- ปะเก็นไม้ก๊อก : มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง สามารถทนต่อแรงกดทับ แรงดึงได้ดี นิยมใช้เป็นฉนวนกันรั่วบริเวณถังหม้อแปลงไฟฟ้า เพราะทนทานต่อน้ำมันได้เป็นอย่างดี
- ปะเก็นโลหะ : มีความแข็งแรงสูง สามารถรองรับแรงกดและแรงดันได้ดี เหมาะกับงานที่มีอุณหภูมิและแรงดันสูง
- ปะเก็นปั๊มลม : เป็นปะเก็นที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องปั๊มลม มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ทนความร้อนและแรงดันได้ดี ช่วยซีลป้องกันการรั่วซึมของอากาศในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปะเก็นซิลิโคน : มีความยืดหยุ่นสูง ทนความร้อนและสภาพแวดล้อมได้ดี นิยมใช้ซีลรอยต่อเพื่อป้องกันการรั่วซึม
- ปะเก็นโฟม : เป็นปะเก็นน้ำหนักเบา มีโครงสร้างแบบเซลล์ปิด สามารถกันอากาศและความชื้นได้ดี มีความยืดหยุ่น สามารถทนความร้อนได้สูง
- ปะเก็นฝาหอย : ทำมาจากใยหินยาง มักผสมกราไฟท์เพื่อเพิ่มความทนความร้อน เหมาะกับงานไอน้ำและอุณหภูมิสูง ช่วยซีลได้ดีและทนแรงดันในระบบอุตสาหกรรม
- ปะเก็นน้ำมัน : ปะเก็นที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันและของเหลวในเครื่องยนต์ ช่วยรักษาแรงดันและลดการสูญเสียของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปะเก็นคาร์บอน : ผลิตจากเส้นใยคาร์บอน ทนความร้อนและแรงดันสูงได้ดี เหมาะกับงานเครื่องจักรและอุตสาหกรรมหนัก ช่วยป้องกันการรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปะเก็นเฟอร์รูล : สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายแบบ ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็น 4 ประเภท คือ Ferrule Gasket Standard Type, Ferrule Gasket Flange type, Ferrule Gasket Plain type และ Screen Gasket Type
- ปะเก็น Boiler : ถูกออกแบบมาให้ทนความร้อนได้สูงและทนแรงดันสูงได้ เหมาะกับระบบไอน้ำ เพราะสามารถป้องกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี
- ปะเก็นสักหลาด : สามารถทนความร้อนได้ประมาณ 300 องศา มีคุณสมบัติดูดซับน้ำมันได้ดี จึงเหมาะกับงานหล่อลื่นในเครื่องจักร
- ปะเก็นพลาสติก : เป็นปะเก็นน้ำหนักเบาที่ไม่สามารถทนความร้อนได้สูง แต่นิยมนำมาใช้ซีลของเหลวทั่วไปและงานที่ไม่ใช้แรงดันสูง
ปะเก็น ใช้ทำอะไร ?
ปะเก็นจะใช้กั้นหน้าสัมผัสของวัสดุ 2 ชิ้น ที่จะต้องนำมาประกบกัน หรือใช้เพื่ออุดรอยรั่วของของเหลว แก๊ส หรือสารเคมี อีกทั้งต้องบอกเลยว่าปะเก็นนั้นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ในเครื่องยนต์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก
คลิกอ่านเพิ่มเติม: ปะเก็นทําหน้าที่อะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหนมากที่สุด
เลือกใช้ปะเก็นให้เหมาะสม ต้องดูอะไรบ้าง ?
1. สภาพสารเคมีที่ปะเก็นต้องสัมผัส (Chemical Resistance)
- ดูว่า: สารที่ผ่านท่อหรือเครื่องจักรคืออะไร? (น้ำ, ไอน้ำ, น้ำมัน, กรด, ด่าง, หรือสารละลาย)
- หลักการ: ต้องเลือกวัสดุปะเก็นที่ไม่ทำปฏิกิริยาหรือผุกร่อนจากสารเคมีเหล่านั้น เช่น ท่อน้ำร้อนใช้ยาง EPDM, ท่อน้ำมันใช้ยาง NBR, งานเคมีรุนแรงใช้เทฟลอน (PTFE)
2. ช่วงอุณหภูมิที่ใช้งาน
- ดูว่า: อุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดของระบบคือเท่าไหร่ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันหรือไม่
- หลักการ: ต้องเลือกวัสดุที่ทนความร้อนได้สูงกว่าอุณหภูมิหน้างานจริง เช่น ความร้อนปานกลางไม่เกิน 260 องศา สามารถใช้ปะเก็นเทปล่อนได้
3. แรงดันภายในระบบ
- ดูว่า: ระบบมีแรงดันสูงสุดกี่ Ber หรือกี่ PSI และมีแรงดันกระชากหรือไม่
- หลักการ: แรงดันสูงต้องใช้ปะเก็นที่มีความแข็งแรงเชิงกลสูงหรือมีโครงสร้างเสริมแรง เช่น ปะเก็นโลหะ หรือ Spiral Wound เพื่อป้องกันปะเก็นถูกแรงดันดันจนปริ้นออก
4. ลักษณะหน้าสัมผัสของอุปกรณ์
- ดูว่า: หน้าแปลนมีความเรียบ ขรุขระ หรือมีรอยขีดข่วนมากน้อยแค่ไหน รวมถึงแรงบีบอัดจากสลักเกลียว
- หลักการ: หน้าแปลนที่ขรุขระหรือเก่าควรใช้ปะเก็นที่มีความอ่อนตัวสูง เช่น ยาง หรือ กราไฟท์ เพื่อให้เนื้อปะเก็นเข้าไปอุดรอยรั่วได้สนิท แม้ใช้แรงขันไม่สูงมาก
ปะเก็น ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาปะเก็นจะแตกต่างกันไปตามวัสดุ ขนาด ความหนา และลักษณะการใช้งาน โดยปะเก็นแต่ละประเภทจะมีช่วงราคาต่างกันดังนี้
- ปะเก็นทนความร้อน ราคาประมาณ 6-85 บาท
- ปะเก็นสแตนเลส ราคาประมาณ 25-150 บาท
- ปะเก็นกราไฟท์ ราคาประมาณ 9-250 บาท
- ปะเก็นหน้าแปลนประมาณ ราคา 4-35 บาท
- ปะเก็นยาง ราคาประมาณ 4-50 บาท
- ปะเก็นเชือก ราคาประมาณ 120-450 บาท
- ปะเก็นผ้า ราคาประมาณ 85-200 บาท
- ปะเก็นกระดาษ ราคาประมาณ 22-60 บาท
- ปะเก็นไฟ ราคาประมาณ 15-90 บาท
- ปะเก็นเทปล่อน ราคาประมาณ 25-120 บาท
- ปะเก็น Spiral Wound ราคาประมาณ 60-550 บาท
- ปะเก็นไม้ก๊อก ราคาประมาณ 45-150 บาท
- ปะเก็นโลหะ ราคาประมาณ 35-180 บาท
- ปะเก็นปั๊มลม ราคาประมาณ 15-80 บาท
- ปะเก็นซิลิโคน ราคาประมาณ 10-70 บาท
- ปะเก็นโฟม ราคาประมาณ 5-40 บาท
- ปะเก็นฝาหอย ราคาประมาณ 50-200 บาท
- ปะเก็นน้ำมัน ราคาประมาณ 20-95 บาท
- ปะเก็นคาร์บอน ราคาประมาณ 150-400 บาท
- ปะเก็นเฟอร์รูล ราคาประมาณ 15-60 บาท
- ปะเก็น Boiler ราคาประมาณ 80-600 บาท
- ปะเก็นสักหลาด ราคาประมาณ 30-120 บาท
- ปะเก็นพลาสติก ราคาประมาณ 3-25 บาท
ความเสียหายที่ต้องระวังเมื่อใช้งานปะเก็น มีอะไรบ้าง ?
เมื่อใช้งานปะเก็น หากเลือกใช้หรือติดตั้งไม่ถูกต้อง อาจเกิดความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อระบบได้ โดยมีข้อควรระวังดังนี้
- การยุบตัวถาวร ปะเก็นสูญเสียความยืดหยุ่นและไม่คืนตัว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างหน้าแปลนและเกิดการรั่วซึม
- การแข็งตัวและกรอบแตก มักเกิดจากการความร้อนที่สูงเกินขีดจำกัดของวัสดุ หรือการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ทำให้ปะเก็นแตกร้าวเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือน
- การกัดกร่อนจากสารเคมี ปะเก็นเกิดการบวม พอง หรือละลาย เนื่องจากวัสดุไม่ทนต่อสารเคมีที่สัมผัส ทำให้โครงสร้างปะเก็นเสียหาย
- การปริ้นออกด้านข้าง เกิดจากแรงดันในระบบที่สูงเกินกว่าที่ปะเก็นจะรับไหว หรือเกิดจากการขันน็อตหน้าแปลนไม่แน่นพอ ทำให้ปะเก็นถูกดันหลุดออกมา
- การเสียหายจากการติดตั้ง เช่น การขันน็อตแน่นเกินไป จนปะเก็นบี้ขาด หรือการขันน็อตไม่สมดุลทำให้หน้าสัมผัสเอียงและรั่วซึม
- การเกิดรอยขีดข่วนที่หน้าสัมผัส หากใช้ปะเก็นโลหะที่แข็งเกินไปอาจทำให้หน้าแปลนของเครื่องจักรเป็นรอยเสียหาย ซึ่งส่งผลเสียในระยะยาว
- การปนเปื้อนในปะเก็นบางชนิด เช่น ปะเก็นไฟเกรดต่ำ อาจมีฝุ่นผงหรือเส้นใยหลุดรอดเข้าไปในระบบการผลิต ซึ่งอันตรายมากในอุตสาหกรรมอาหารและยา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งานปะเก็น ?
ปะเก็น ทนความร้อนได้แค่ไหน ?
ปะเก็นสามารถทนความร้อนได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับวัสดุ เช่น ปะเก็นบางทนได้ประมาณ 100-200 องศา ปะเก็นเทปล่อนประมาณ 260 องศา และปะเก็นทนความร้อนหรือกราไฟท์อาจรองรับได้มากกว่า 1,000 องศา จึงควรเลือกให้เหมาะกับอุณหภูมิใช้งาน
ปะเก็น ทนแรงดันสูงได้ไหม ?
ปะเก็นสามารถทนแรงดันสูงได้ โดยเฉพาะปะเก็นโลหะและแบบ Spiral Wound ที่ออกมาสำหรับแรงดันสูง แต่ต้องเลือกชนิดและความหนาให้ตรงกับสเปคของระบบ
วัสดุที่ใช้ทำปะเก็น มีอะไรบ้าง ?
วัสดุที่นำมาใช้ทำปะเก็นมีหลากหลาย เช่น ยาง ซิลิโคน โฟม เทปล่อน กราไฟท์ ไม้ก๊อก ใยสังเคราะห์ พลาสติก ฯลฯ โดยแต่ละวัสดุจะมีคุณสมบัติด้านการทนความร้อน สารเคมี และแรงดันที่ต่างกัน
ปะเก็นรั่ว อันตรายไหม ?
ปะเก็นรั่ว อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในระบบที่มีแรงดัน ความร้อน หรือสารเคมี เพราะอาจทำให้เกิดการรั่วไหลจนเกิดความเสียหายต่อเครื่องจักร หรือเสี่ยงต่อความปลอดภัย ดังนั้นหากปะเก็นรั่วควรรีบตรวจสอบและเปลี่ยนทันที
สรุปเรื่องปะเก็น (Gasket)
จะเห็นได้ว่า ปะเก็น คือ อุปกรณ์เล็ก ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการรั่วซึมในระบบเครื่องยนต์และเครื่องจักรเป็นอย่างมาก โดยปะเก็นในปัจจุบันมีให้เลือกหลายประเภทตามลักษณะการใช้งาน ทั้งด้านความร้อน แรงดัน และสารเคมี ดังนั้นจึงควรเลือกปะเก็นให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสียหาย และช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบได้อย่างชัดเจน
